มารู้จักกับ “พัฒนาการของบัลเลต์” ศิลปะการแสดงร่วมสมัยที่น่าทึ่ง!!

มารู้จักกับ “พัฒนาการของบัลเลต์” ศิลปะการแสดงร่วมสมัยที่น่าทึ่ง!!

 “การเต้นบัลเลต์” มีต้นกำเนิดในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาของอิตาลี ซึ่งถือเป็นศิลปศาสตร์การแสดงรูปแบบหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยมีการนำเสนอเรื่องราวผ่านการเต้นประกอบเพลง ซึ่งในปัจจุบันศิลปะการแสดงบัลเลต์นั้น ได้มีการแพร่หลายไปทั่วโลก และหลายประเทศได้มีการเอาบัลเลต์มาผสมผสานกับ ศิลปะการแสดงของประเทศตัวเอง ให้ร่วมสมัยมากขึ้น ดังนั้นวันนี้เราเลย จะทุกคนไปทำความรู้จักกับ “พัฒนาการของบัลเลต์” ศิลปะการแสดงร่วมสมัย ส่วนจะน่าสนใจแค่ไหนนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

มารู้จักกับ “พัฒนาการของบัลเลต์” ศิลปะการแสดงร่วมสมัยที่น่าทึ่ง!!

ความเป็นมาของบัลเลต์

เป็นศิลปะการเต้นรำแขนงหนึ่ง ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับศตวรรษ โดยมีจุดกำเนิดครั้งแรก ณ ประเทศ อิตาลี ในยุคสมัยที่เรียกว่า เรเณซอง หรือ ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ศิลปะการเต้นบัลเลต์ในยุคแรกเริ่ม ถือว่าเป็นกิจกรรมทางสังคม ของราชสำนักอิตาลี ที่ถือกำเนิดขึ้น และมักนิยมจัดการแสดงโดยเหล่าขุนนางชายเป็นส่วนใหญ่ โดยสาเหตุหนึ่งเกิดขึ้นจากความแต่งต่างของเครื่องแต่งกาย ที่เหล่าขุนนางชายสวมใส่ ชุดที่มีความกระชับและง่ายต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย มากกว่าเหล่าขุนนางฝ่ายหญิง ที่สวมกระโปรงสุ่มขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงกว่างได้ว่าศิลปะการเต้นบัลเลต์ บุตรีแห่งตระกูลเม ดิซีในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นตระกูลหนึ่งที่มีความสำคัญในการปกครองประเทศอิตาลีในขณะนั้น ในเวลาต่อมาพระนางแคทเธอรีน เดอ เมดิชี ได้นำศิบปะการเต้นบัลเลต์ เข้าไปเผยแพร่สู่ราชสำนักฝรั่งเศส ภายหลังการอภิเษกสมรสกับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 แห่งฝรั่งเศส

บัลเลต์ จึงได้รับความนิยมแพร่หลายเรื่อยมา ในประเทศฝรั่งเศสจนถึงยุคพระเจ้าหลุยที่ 14 แห่งฝรั่งเศส พระองค์ทรงสนับสนุนศิลปะการเต้นบัลเลต์ จนเกิดความรุ่งเรืองสูงสุด มีการเปิดโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ แห่งแรกของโลก โดยมีชื่อว่า Academie Royale De La Dance หรือ สถาบันปารีส โอเปร่า ในปัจจุบันนี้เอง

ต่อมาศิลปะการเต้นบัลเลต์ก็ได้เคลื่อนย้ายความนิยมเข้าสู่ประเทศรัสเซีย มีการเปิดโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ แห่งแรกขึ้นภายใต้การสนับสนุนของจักรพรรดิ ดีบี แอนนา อีวา  น็อพน่า ในชื่อ อิมพีเรียว บัลเลต์ สคูล บัลเลต์ ในประเทศรัสเซียจึงเกิดความเจริญก้าวหน้าเรื่อยมา ซึ่งคณะบัลเลต์ หนึ่งที่มีอิทธิ์พลต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมศิลปะ ในยุโรป และทั่วโลก ที่หันมาให้ความสนใจและนิยมจัดการเรียน การสอนบัลเลต์ ไปทั่วโลก เกิดขึ้นจากผลงานของคณะบัลเลต์ รูส ภายใต้การนำของ เสริฟ ดี เอ กีเลฟ ภายหลังการแพร่ขยายของศิลปะการแสดงการเต้น บัลเลต์ ในประเทศอิตาลี ย้ายเข้าไปในฝรั่งเศสและขยายต่อไปยังประเทศรัสเซีย ก่อนที่ศิลปะการเต้นบัลเลต์ จะกลายเป็นศิลปะที่แพร่ขยายและได้รับความนิยมไปยังทั่วทุกส่วนต่าง ๆ ของโลกเรื่อยมาจนปัจจุบัน

บัลเลต์

ประวัติและวิวัฒนาการของบัลเลต์ (Ballet)

จากศึกษาพบว่าคำว่า Ballet มีรากฐานมาจากภาษาอิตาเลียน คือ

  BALLARE = to dance

  BALLO       = a dance

  BALLETO = a little dance

แต่คำว่า Ballet ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเป็นคำภาษาฝรั่งเศส สืบเนื่องมาจากการพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ที่เริ่มมีขึ้นในราชสำนักอิตาลี แต่มาเจริญเติบโตในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างศริสต์ศตวรรษที่ 14 และ 15 ได้เกิดมีการแสดงบันเทิงที่แพร่หลายในราชสำนักดังนี้

  1. Interudes เป็นการแสดงชุดสั้น ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยนักร้องและนักเต้น คั่นระหว่างการเสิร์ฟอาหาร
  2. Masquerades เป็นขบวนการแห่ของนักแสดงที่จะหยุดต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ และนักแสดง จะอ่านโคลงกลอนหรือเล่าเรื่อง โดยสวมหน้ากากด้วย
  3. Mummers เป็นการแสดงซึ่งนักเต้นจะสวมหน้ากาก

บัลเลต์ ถือได้ว่าเป็นศิลปะอย่างชัดเจนในระหว่างศริสต์ศตวรรษที่ 18 วิธีการเป็นแบบฉบับมากขึ้นและยากขึ้น เช่น Mrie Carmago และ Marie Salle ได้ปฏิวัติเครื่องแต่งกายหญิงให้สามารถเคลื่อนไหวได้เป็นอิสระมากขึ้น ขณะเดียวกันกับที่ Jean Noverre,Franz Hilferding พยายามพัฒนาบัลเลต์ ไปสู่ความมีแบบฉบับที่ชัดเจนที่เรียกว่า Ballet d’ action

บัลเลต์

ประวัติความเป็นมาของบัลเลต์ในประเทศไทย

สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ยุค ตามวิวัฒนาการทางด้านการศึกษาและการแสดง คือ

ยุคที่ 1 ยุคริเริ่ม (ตั้งแต่ พ.ศ. 2477 ถึง พ.ศ. 2494) เริ่มมีการเรียนบัลเลต์ในโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ใน พ.ศ. 2477 ตรงกับสมัยรัชการที่ 7 เป็นการสอนแบบอิสระโดยให้นักเรียนเต้นตาม การแสดงจะเป็นการเต้นประกอบเพลงในละครเพื่อคั่นสลับฉาก รูปแบบการนำเสนอของบัลเลต์เข้ามามีบทบาท กับการแสดงนาฏยศิลป์ไทยโดยเฉพาะในละครดึกดำบรรพ์

ยุคที่ 2 ยุคพัฒนาบัลเลต์ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2494 ถึง พ.ศ. 2509) บัลเลต์เริ่มมีการพัฒนามากขึ้น เนื่องจากมีครูบัลเลต์อาชีพจากต่างประเทศจำนวน 4 คนเปิดสอนบัลเลต์ในกรุงเทพฯ การสอนยังเป็นแบบอิสระและมักเป็นการซ้อมเพื่อแสดง มีคนไทยจำนวน 4 คนจบการศึกษาบัลเลต์ขั้นสูงจากประเทศอังกฤษ บัลเลต์เริ่มขยายไปสู่จังหวัดเชียงใหม่ การแสดงเป็นบัลเลต์คลาสสิกและการผสมระหว่างนาฏยศิลป์ไทยกับบัลเลต์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงประพันธ์บทเพลงเพื่อใช้ประกอบการแสดงบัลเลต์หลายชุด และทรงให้การสนับสนุนการแสดงบัลเลต์ จึงทำให้บัลเลต์เป็นที่รู้จักของคนไทยมากขึ้น

และยุคที่ 3 ยุคมาตรฐานบัลเลต์คลาสสิก (ตั้งแต่ พ.ศ.2509 ถึง พ.ศ.2541) การเต้นบัลเลต์ได้พัฒนาจนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ของหลักสูตรการศึกษาของไทยในระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา และได้มีการแพร่ขยายไปในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ การสอนเปลี่ยนแปลงมาเป็นการใช้หลักสูตรสากลของประเทศอังกฤษ เป็นการวัดมาตรฐานบัลเลต์ของประเทศไทยให้ได้มาตรฐานสากล การแสดงเป็นบัลเลต์คลาสสิก โดยมี 2 ลักษณะ คือ การแสดงงานโรงเรียนและการแสดงในเชิงพาณิชย์ ในประเทศไทยยังไม่มีคณะบัลเลต์อาชีพ และผู้สนับสนุนบัลเลต์อย่างจริงจัง ทำให้การพัฒนาไม่ดีเท่าที่ควร อีกทั้งควรมีการแต่งตำราเกี่ยวกับบัลเลต์เป็นภาษาไทย เพื่อให้นักเต้นได้รู้และเข้าใจการเต้นบัลเลต์ดียิ่งขึ้น และงานวิจัยฉบับนี้ควรนำไปสู่การวิจัยเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาบัลเลต์ในประเทศไทยต่อไป

บัลเลต์

จบไปแล้วนะคะ สำหรับพัฒนาการบัลเลต์ ศิลปะการแสดงร่วมสมัยที่น่าทึ่ง และปัจจุบันบัลเลต์ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงที่ได้รับความนิยมในผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่พ่อแม่ผู้ปกครอง พยายามส่งเสริมให้แก่ลูกอีกด้วย เพราะนอกจากจะช่วยในการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถของเด็กแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและจิตใจ ฝึกความมีวินัย ทักษะการเข้าสังคม และได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย จึงไม่แปลกที่บัลเลย์จะกลายมาเป็นกิจกรรมอันดับต้น ๆ ในการส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อย ที่พ่อแม่ให้ความสำคัญ

บทความที่น่าสนใจกับ 5 แอปพลิเคชัน ตัวช่วยในการใช้ชีวิตสำหรับคนยุคใหม่ และ แนะนำวัด 5 แห่ง ที่สายบุญไม่ควรพลาด!

About the author